มันเกี่ยวข้องกับอนาคต ของบุตรหลานของท่าน |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ตีแผ่เรื่องที่ถูกปกปิด เกี่ยวกับทัศนคติ ความคิดเรื่องทางเพศ |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ถ้าคุณไม่ใช่ประชาชนชาวสวีเดน ที่ไม่มีถิ่นพำนักอาศัย อยู่ในประเทศสวีเดน กดที่นี่ สำหรับเบื้องหลัง และความเป็นมาเกี่ยวกับเว็บไซต์นี้ มันเป็นความปรารถนาของผมอย่างยิ่ง ที่จะกล่าวว่าข้อความต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้ความกระจ่าง ที่ไม่มุ่งหวัง ทำให้ใครเกิดความเสียหาย หรือเพื่อทำลายใคร จุดประสงค์ของข้อความทั้งหมดนี้ ก็เพื่อช่วยให้ลูกหลานของเรา ได้ห่างไกลจากกลลวง ของการเบี่ยงเบนทางเพศ ซึ่งต้องทำให้ผมลุกขึ้นมา แฉความจริงที่ผมได้ประสบมา _________________________________________________________________________________________ คำเตือน ! (WARNING !) เว็บไซต์นี้ไม่เหมาะ สำหรับเด็กและเยาวชน ข้อความบางส่วน ที่เราได้นำเสนอมา ณ ที่นี้ ได้นำจากข้อความของเว็บไซต์ หลักขององค์กรการรักร่วมเพศ ในประเทศสวีเดน RSFL ซึ่งได้รับเงินทุนช่วยเหลือ อย่างมากมาย เป็นเงินของผู้เสียภาษีทั่วไป เป็นข้อความที่เลวทราม และหาแก่นสารมิได้ โดยมีเหตุผลต่าง ๆ ดังนี้ 1. นี่คือตัวอย่าง ที่ชาวสวีเดน ต้องเผชิญอยู่ทุกวัน ด้วยเงินทุน ที่ได้มาจากเงินของ ผู้เสียภาษีของพวกเรา นี่คือตัวอย่างที่ดี ที่จะเตือนเราว่า อะไรจะเกิดขึ้น ในประเทศใดประเทศหนึ่ง เมื่อการเล่นสวาท ระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย sodomy เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและสรรเสริญ 2. จุดประสงค์เพื่อที่จะ แสดงให้ผู้ปกครองที่มีบุตรหลาน ที่เสี่ยงต่อการเบี่ยงเบนทางเพศ ได้ตระหนักถึงความกระตือรือร้น ที่จะเอาใจใส่เพื่อที่จะ ช่วยเหลือบุตรหลานของท่าน 3. สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับ การสาธารณสุขและอนามัย นี่คือคำตอบว่าโรคร้ายต่าง ๆ ที่ติดต่อกันได้ง่ายจาก การร่วมเพศกำลังรอวันขยายตัวขึ้น อย่างที่เราได้รับทราบ และเข้าใจเกี่ยวกับ การร่วมเพศทางทวารหนัก เป็นจำนวน 2 ใน 3 ของผู้ชาย ที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศได้กระทำกัน ซึ่งเป็นผลให้เกิดผลอย่างมากมาย ทางด้านสุขภาพและสาธารณสุขโดยปริยาย การที่ RFSL ได้ส่งเสริม และเผยแพร่ข้อมูลทางเว็บไซต์ และเผยแพร่ข้อความใบปลิว เกี่ยวกับการดำรงชีวิตประจำวันของคนรักร่วมเพศ ที่มีการดำรงความเป็นอยู่ อย่างหรูหราในสังคม นั่นเป็นดำรงชีวิตประจำวัน ที่ชั่วช้าและทำให้เสื่อมทรามลง อย่างไม่ละอายใจ สังคมไม่สมควรที่จะ ให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร ในการเรียนในโรงเรียนของเรา คุณจะพบข้อความ ในเว็บไซต์ของ RFSL เต็มไปด้วยเรื่องสกปรก ถ้อยคำที่ลามกที่น่าเอือมระอาน่าขยะแขยง สำหรับเด็กและเยาวชน ที่อ่อนแอและไม่มั่นคง ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการจำแนกเพศของตัวเอง ทุกครั้งที่กลับจากโรงเรียน ก็จะเข้าไปดูเว็บไซต์ ที่มีข้อความที่ไม่มีอะไรเลย นอกจากเรื่องลามก แต่ถ้าคุณต้องการที่จะ หลีกเลี่ยงข้อความที่เกี่ยวกับ RSFL คุณจะพบการเตือนให้ระวัง เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้อย่างกว้างขวางมากมาย _________________________________________________________________________________________ ข่าวที่ผ่านพ้นมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ : (Recent News:) มีข้อความหนึ่ง ในการจัดงาน Pride Festival หรืองานเทศกาลความภาคภูมิใจ ของเกย์ในกรุงสต๊อกโฮม เมืองหลวงของประเทศสวีเดน เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้ชาวเกย์ในสวีเดน มีความภาคภูมิ ใจในตนเอง มีการสนทนากัน โดยคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วย ผู้นำจากพรรคการเมืองเกือบทั้งหมด ในประเทศของเรา หัวข้อหนึ่งที่ได้รับสนใจ ในการสนทนาคือข้อความจาก RFSL ที่พูดถึงควรหรือไม่ควรที่จะ ให้เด็กผู้ชายใส่กระโปรง แบบเด็กผู้หญิงในโรงเรียน เด็กก่อนวัยเรียนหรือโรงเรียนประถมศึกษา นี่ไม่ใช่ความบังเอิญที่หัวข้อของการสนทนา เป็นการจงใจของเหล่า RSFL ที่จงใจให้หัวหน้าพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่จะ ต้องถกเถียงกัน ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง แต่คนสวีเดนส่วนใหญ่ ไม่ได้ให้ความสนใจกับหัวข้อ ของการสนทนานี้ พวกผู้ชายรักร่วมเพศรู้อยู่แก่ใจว่า พฤติกรรมของการเบี่ยงเบนทางเพศ ปกติเริ่มต้นขึ้นเมื่อยังเยาว์วัย เมื่อตอนที่ตนยังสับสน เกี่ยวกับเพศของตนเอง และการที่ RSFL ได้นำเสนอโครงการ ให้เด็กผู้ชายนุ่งกระโปรง ในโรงเรียนประถม ก็เพื่อให้เด็กผู้ชายที่ยังเยาว์วัย ที่สับสนเกี่ยวกับเพศของตนเอง ได้มีโอกาสได้กลายมาเป็น คนที่รักร่วมเพศ อย่างเต็มรูปแบบอย่างมาก พวกเขาเหล่านั้นเพื่อที่จะ ขยายบทบาทแนะนำชักชวน เพื่อให้ขยายวงกว้างยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งอิทธิพลทางการเงิน และอำนาจ คุณสามารถที่จะหาข้อความ อีกมากมาย เกี่ยวกับการสับสนทางเพศ (gender confusion) ในหัวข้อความเป็นมา ของชายรักร่วมเพศส่วนใหญ่ ในหัวข้อเรื่อง ที่ถูกปกปิด 2 ดังต่อไปนี้ แนะนำความรู้เบื้องต้น (Introduction) ผมชื่อ นายรอน ลินเดน (Ron Linden) ผมเป็นชาวสวีเดนมาจากเมือง Skane เป็นจังหวัดทางตอนใต้สุด ของประเทศสวีเดน ผมได้สำเร็จการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Chalmers University ในเมือง Gothenburg ประเทศสวีเดน จากนั้นได้หาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การค้นคว้าในรัฐแคลิฟอเนียร์ ซึ่งผมได้รับปริญญาเอก ในปี ค.ศ. 1982 จาก University of California, Davis แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ การค้นคว้าของผม ได้แตกต่างไปอย่างมาก จากในวงความรู้ ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์มาเป็น วงความรู้ทางด้านความประพฤติของมนุษย์ ผมได้ค้นคว้าเจาะจง เกี่ยวกับรากฐาน และที่มาของการรักร่วมเพศ และสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ ต่อมา ทำให้ผมได้ประหลาดใจอย่างมาก นั่นเป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม และขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง กับคนทั่วไป เชื่อกันมานานที่ว่าเป็นสิ่งที่ “กระแสทางการเมือง ที่ถูกต้องในเวลานี้” ในสมัยของเรา มันได้เปลี่ยนแปลงผม จากคนที่เคยเฉยเมย เกี่ยวกับหัวข้อการรักร่วมเพศ มาเป็นคนที่กลัวการรักร่วมเพศ Homophobe (ดูจากข้อความด้านล่าง) ผมได้กลัวเป็นอย่างยิ่ง ถึงผลร้ายที่จะตามมา ในเยาวชนที่เป็นลูกหลานของเรา จากกิจกรรมต่าง ๆ ที่กลุ่มนักวิ่งเต้น รณรงค์ชายรักร่วมเพศ (Homolobby) พยายามที่จะสนับสนุน ส่งเสริมในประเทศของเรา ผมจึงคิดว่าสมควรที่จะ แบ่งปันความรู้ที่ผม ได้ศึกษามาให้คนอื่นได้รู้ โดยเฉพาะผู้ปกครอง พ่อแม่หรือปู่ย่าตายายทั้งหลาย สิ่งที่ผมได้ค้นพบ ผมมีความรู้สึกว่าผมจำต้อง นำออกมา ตีแผ่ให้รู้ถึงเรื่องที่ถูกปกปิด 3 อย่าง ที่คนทั่วไปเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าผมเก็บข้อมูลที่สำคัญเหล่านี้ ไว้เพียงคนเดียว มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดทางด้านศีลธรรม และจะทำให้ผู้ปกครองทั้งหลาย ไม่ได้รับข้อมูล และความรู้ที่สำคัญที่จะปกป้องรักษา และป้องกันลูกหลานของเขา ให้กลายเป็นผู้ชายรักร่วมเพศ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นคุณพ่อ สามารถที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนา ความเป็นลูกผู้ชาย ให้แก่บุตรที่เป็นเด็กชาย เพื่อจะป้องกันการรักร่วมเพศในบุตร ตอนที่เริ่มเข้าวัยสืบพันธุ์ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ มีมูลฐานทั้งหมดจากการค้นคว้า และการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ ที่ไม่ใช่ข้อมูลทางศีลธรรม ผมได้เรียบเรียงข้อความ และความเป็นมา และการพัฒนาการของการรักร่วมเพศ ในผู้ชายอย่างเฉพาะเจาะจงลงไป การพัฒนาการไปสู่เลสเบี้ยนของผู้หญิง จะไม่ได้รับการพิจารณาที่เท่าเทียมกัน ในการมาพูดคุยกันครั้งนี้ ฉะนั้น การนำเสนอของผมนี้ก็เพื่อที่จะ ให้ผู้ปกครอง พ่อแม่ ปู่ย่าตายายทั้งหลาย ได้ตระหนักถึงภัยอันใกล้ดังนี้ ข้อมูลเหล่านี้ไม่เหมาะ สำหรับบุคคลที่ได้กลายเป็นคนรักร่วมเพศแล้ว และขอย้ำให้ชัด ๆ อีกครั้งว่า ข้อมูลเหล่านี้ไม่เหมาะสำหรับคุณ ถ้าคุณเป็นผู้ชายรักร่วมเพศที่เบี่ยงเบนทางเพศไปแล้ว ข้อความท้ายนี้ : (Footnote) การกลัวการรักร่วมเพศมี 2 ประเภท ประเภที่ 1 คือความกลัว จากผลกระทบจากการที่รักร่วมเพศ ได้รับการยกย่องส่งเสริม ในการสื่อสารมวลชนที่จะ มีผลกระทบถึงบุตรหลานของเรา ความกลัวประเภทนี้เป็นความกลัวสังคมรักร่วมเพศ ที่หลายคนในประเทศของเราได้รับรู้แล้ว ประเภทที่ 2 คือความกลัว ในผู้ชายที่รักร่วมเพศ ที่กำลังขยายวงกว้างยิ่งขึ้น โดยผันตัวเองเป็นผู้ทรงอิทธิพล (homomafia) และผู้ทำการแนะนำและชักชวน นักวิ่งเต้นรณรงค์ชายรักร่วมเพศ (Homolobby) โดยการใช้วิธีการข่มขู่ ภัยที่จะมาถึงตัว มีหลายรูปแบบ เช่น บางคนกลัวเพราะมาเฟีย ใช้กำลังประทุษร้าย ต่อร่างกายท่านและครอบครัวของท่าน คนบางคนกลัวเพราะวิธีการกระทำ ที่ไม่ใช้ความรุนแรง เช่น พระในโบถส์กลัวว่าจะ ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ถ้าพระสร้างกฎเกณฑ์บังคับ ไม่ยอมให้ชายรักร่วมเพศ เป็นสมาชิกในหมู่พระสงฆ์ หรือนักธุรกิจคนค้าขายกลัวว่า จะสูญเสียลูกค้า เพราะกลัวการขมขู่ ของพวกมาเฟีย หรืออาจจะเป็นคนที่มีอาชีพทั่วไป ที่กลัวถูกตราหน้าว่า ต่อต้านคนรักร่วมเพศ โดยพวกชายรักร่วมเพศ ที่สร้างแรงกดดันให้สังคม หรือโดยใช้สื่อเป็นเครื่องมือ การกลัวหมู่คนรักร่วมเพศ ทั้ง 2 ประเภทนี้ เพราะกลัวว่าจะถูกรังควาน ถ้าเราออกความคิดเห็น ที่ต่อต้านพวกเขาในที่สาธารณะ (ผู้คนที่ไม่กลัวชายรักร่วมเพศ ประเภทแรกคือ พวกชอบนิยมคนรักร่วมเพศ และก็ไม่ได้จัด อยู่ในความกลัวรักร่วมเพศ ประเภทที่ 2 ด้วย เพราะเขาเหล่านั้นไม่เคยถูกข่มขู่ หรือรังควานจากพวกมาเฟียนี้) ผู้ที่เกลียดกลัวการรักร่วมเพศ ทั้ง 2 ประเภทนี้ ยิ่งมีน้อยเข้าไปอีก จะเป็นผู้คนที่กังวลเกี่ยวกับวาระซ่อนเร้น ที่จะให้ผลกระทบ ต่อบุตรหลานของพวกเรา และก็กังวลเกี่ยวกับ ความปลอดภัยของตนเอง หรือทางอาชีพและธุรกิจ ถ้าเรากล้าที่จะแสดงออกมา ถึงความเห็นที่ตรงกันข้าม จึงทำให้เป็นช่วงที่น่าสงสัยชอบกล ระหว่างคนเกลียดกลัวพวกรักร่วมเพศ หรือคนที่ชอบพวกรักร่วมเพศทั้ง 2 ประเภท ไม่ใช่สำหรับเยาวชน (Not for Children) สิ่งที่ผมจะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นข้อความที่ไม่เหมาะสม สำหรับเด็กและเยาวชนที่จะอ่าน คุณจะพบหลักการและเรียนรู้ เพื่อที่ประยุกต์ใช้ กับบุตรหลานของท่าน แต่ข่าวสารในตัวมันเองนั้น ทำเพื่อให้ท่านผู้ที่เป็นพ่อแม่ได้รับรู้ การนำเสนอของผมนั้น ได้แบ่งแยกออกเป็นสัดส่วนดังนี้ : 1. ทัศนคติความคิดเรื่องทางเพศ ประเภทไหนที่ท่านปรารถนา ให้บุตรหลานของท่าน อยากที่จะเป็น (ชายรักร่วมเพศในผู้ชายด้วยกัน หรือชายที่ถูกดึงดูดจูงใจโดยเพศตรงกันข้าม) (Homo or hetero) โดยปราศจาก ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเกี่ยวกับ วิถีการดำเนินชีวิตของชายรักร่วมเพศ และการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกัน คุณสามารถตัดสินใจได้ว่า คุณมีขอบเขตอะไร ที่จะส่งเสริมพัฒนาการ ไปในทางหนึ่งทางใด ในการกำหนดทิศทางเรื่องทางเพศ 2. ท่านจะเตรียมการอย่างไร ในระหว่างที่บุตรหลานของท่าน อยู่ในวัยเจริญเติบโต และเตรียมพร้อมสำหรับการกำหนดทิศทางเรื่องทางเพศ เมื่อบุตรหลานเข้าสู่วัยรุ่น ? 3. บุตรหลานของท่านเกิดมา เป็นคนรักร่วมเพศหรือ หรือเกิดมาเป็นชายที่ถูกดึงดูด จูงใจจากเพศตรงข้าม? หรืออยู่ในพันธุกรรมหรือ? _________________________________________________________________________________________ การแนะนำและเรื่องที่ถูกปกปิด ที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งถูกแบ่งแยกออกเป็นข้อย่อย ๆ ดังต่อไปนี้ (ให้คลิกไปที่ส่วนต่าง ๆ หรือ ข้อย่อยต่าง ๆ จะนำท่านไปถึงหัวข้อโดยตรง) : แนะนำให้รู้จักความรู้เบื้องต้น เรื่องที่ถูกปกปิดเรื่องที่ 1: วิถีการดำเนินชีวิต ของผู้ที่รักเพศตรงข้าม และผู้ที่รักร่วมเพศเป็นสิ่งที่ดีงาม เท่าเทียมกัน และเป็นสิ่งที่พึงปรารถนา (Mythe Number 1: The heterosexual and homosexual lifestyles are equally wholesome and desirable) 1. อายุขัยโดยเฉลี่ยของผู้คน (Average Life expectancy) 2. การใช้ยาเสพติด ที่ผิดกฎหมาย (Use of illegal drugs) 3. ความถี่ของการฆ่าตัวตาย (Frequency of suicide) 4. ความถี่ของการนิยม ร่วมเพศกับเด็กผู้ชาย (Frequency of pedophilia) 5. โรคติดต่อจากการร่วมเพศ (Sexually transmitted diseases) 6. การนอกใจ มีชู้ของคู่สมรส (Infidelity with partner) 7. การได้รับการยอมรับ ทางด้านสังคมและศาสนา (Social and religious acceptance) 8. แนวคิดด้านทางเพศที่ผิดปกติ (Abnormal Focus on Sex) 9. ปัญหาเกี่ยวกับช่องทวาร (Rectal Problems) เรื่องที่ถูกปกปิดเรื่องที่ 2: ที่ว่าคุณไม่สามารถ มีอิทธิพลต่อบุตรหลานของท่าน ที่จะเลือกการกำหนดทิศทาง เรื่องทางเพศของตนเอง ในขณะที่เข้าวัยเจริญพันธ์ (Mythe Number 2: You cannot influence your child as to what sexual orientation he will choose when puberty occurs) 1. ผลลัพธ์อันน่าเชื่อถือ จากการค้นคว้าทดลอง มาอย่างยาวนาน ที่ถูกพวกที่เป็นรักร่วมเพศ ระงับ และปิดบังไว้ (Convincing result from extensive research is suppressed by the homolobby) 2. การรายงานเกี่ยวกับ การค้นคว้าของ Bieber et al (REF.4) (อ้างอิง REF.4) (Research report by Bieber et al (REF. 4) 3. บทผลสรุปที่ได้รับ (Conclusions to be drawn) 4. การเดินอวดตัวอย่างน่าขายหน้า (The Parade of Shame) 5. หน้าที่บทบาทของผู้ที่เป็นบิดา (More about the Father’s role) 6. หน้าที่บทบาทของบิดามารดา ที่มีร่วมกัน (The Common role of both parents) 7. การถูกทำร้ายโดยชายรักร่วมเพศ ในสหรัฐอเมริกา ต่อผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความคิด และวาระทางสังคม (Attacks by the homolobby in USA against people who disagree with their agenda) 8. การถูกทำร้ายโดยชายรักร่วมเพศ ในประเทศสวีเดน ต่อผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความคิด และวาระทางสังคม (Attacks by the homolobby in Sweden against people who disagree with their agenda) เรื่องโกหกเรื่องที่ 3: คือเรื่องที่ว่าการกำหนดทิศทางทางเพศ เป็นสิ่งที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น หรือถูกกำหนดโดยทางสายเลือดและทางพันธุกรรม (Myth Number 3: Sexual orientation is something inherited. It’s determined by the gene) 1. การค้นคว้าวิจัยที่โอนเอียง และมีอคติซึ่งได้รับผลมาจาก การวิ่งเต้นรณรงค์ล๊อบบี้ ของพวกผู้ชายรักร่วมเพศ (The bias/spin of research results by the homolobby) 3. การค้นคว้าวิจัยของ Bailey-Pillard (1991) 4. การค้นคว้าวิจัยของ Bailey-Dunne-Martin (2000) 5. การค้นคว้าจอมปลอมของ Hamer, Hu, Magnusson, Hu and Pattatucci 6. การค้นคว้าวิจัยของ Bearman-Bruckner (2001) 7. การค้นคว้าวิจัยของ Simon LeVay (1991) 8. สมมติฐานเกี่ยวกับฮอร์โมนของสตรีก่อนคลอด (Prenatal Hormonal Hypotheses) 9. แนวความคิดในการค้นคว้าศึกษาวิจัย ของผู้ชายรักร่วมเพศเมื่อเร็ว ๆ นี้ (Trend I Recent Homosexual “Research” _________________________________________________________________________________________ ข้อแนะนำ (Introduction) ในการนำเสนอนี้ ผมจะอ้างอิงถึงหลักฐานอ้างอิง 3 จำพวก จำพวกที่ 1 เพื่อที่จะรวบรวมผลของการนำเสนอ ในภาพรวมให้อยู่ในขอบที่จำกัด ผมได้ใส่ข้อมูลความรู้ พื้นฐานเพื่อที่จะเชื่อมไปที่ sidebar menu ทางด้านซ้ายมือ ทุกครั้งที่คุณเห็นหมายเลข ที่มีการขีดเส้นใต้เช่น (like (อ้างอิง No.1) คุณจะพบข้อมหูลเพิ่มเติมใหม่ ในหัวข้อนี้ โดยการคลิกไปทางลิงค์ หรือคลิกไปทาง Sidebar ทางฝั่งซ้ายมือโดยคลิกไปที่หมายเลขเดียวกันที่นั่น จำพวกที่ 2 ผมได้ใช้หลักฐานจากหนังสือหลายเล่ม เป็นฐานข้อมูลเพื่อนำเสนอในครั้งนี้ หลักฐานอ้างอิงจากหนังสือเหล่านี้จะปรากฏคำว่า (อ้างอิง REF.) โดยตามหลังด้วยหมายเลข และเลขที่บนหน้ากระดาษที่คุณสามารถค้นหาข้อมูล หนังสือเหล่านี้ส่วนใหญ่ จะมีหลักฐานอ้างอิงของตัวเองอยู่แล้ว จำพวกที่ 3 แหล่งข้อมูลบางเล่มที่กระผมคิดว่า สำคัญเป็นพิเศษจะถูกอ้างอิงด้วยคำว่า (อ้างอิง ref.) (ตัวพิมพ์เล็ก) ตามด้วยหมายเลข ผมได้ใช้การอ้างอิงจำพวกเดียวกันนี้ เพื่ออ้างอิงในเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต หลักฐานอ้างอิงโดยเฉพาะจากเว็บไซต์ของ RFSL จะถูกเพิกถอนอยู่เสมอทุกครั้ง ที่เขาโชว์ภาพลามกน่าขนลุก ดังนั้นผมไม่สามาราถจะ รู้ล่วงหน้าได้ว่า ลิงค์นั้นยังอยู่ ถูกเพิกถอนไปแล้ว ภาพที่ผมได้รวบรวมไว้ถูกใส่ไว้ในเว็บ เมื่อเดือนมีนาคม 2007 ที่เพิ่งผ่านมานี้เอง หลักฐานอ้างอิงจำพวกนี้ (จำพวกที่ 3) จะมีการเชื่อมต่อลิงค์โดยตรง โดยคุณคลิกไปที่ ref. ตามด้วยหมายเลข การลำดับของหลักฐานข้อมูลทั้ง 3 จำพวก (“No”, “REF”, “ref”) จะสามารถถูกค้นพบได้ โดยคลิกไปที่ลิงค์ที่อยู่ข้างใต้ของ Side Bar ฝั่งซ้ายมือ Back to Table of Contents กลับไปสู่หน้าหลัก ถ้าคุณเป็นพ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย ที่บุตรหลานมีอายุต่ำกว่าอายุ16 ปี คุณจะสามารถรับแผ่นใบปลิวของเราโ ดยมิต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ข้อความนี้สามารถเข้าไปดูได้ โดยคลิกไปที่ลิงค์ “แผ่นใบปลิว” ที่อยู่ข้างใต้ของ Sidebar Menu หรือที่ “ติดต่อ” ที่อยู่ข้างบนของ Menu Bar แผ่นใบปลิวทั้งหมดจะเป็นภาษาอังกฤษ ข้อมูลที่คุณไม่สามารถหาได้ โดยที่คุณไม่เสียค่าใช้จ่ายสามารถ ซื้อหาได้ที่เว็บไซต์ www.amazon.com ติดต่อ (Contact) คุณสามารถติดต่อกับผมได้ตามที่อยู่นี้: Ron Linden Kungsgatan 12 211 49 Malmo Sweden Back to Table of Contents กลับไปสู่หน้าหลัก การท่องเที่ยวไปทั่วประเทศสวีเดน พวกเรามีแผนกำหนดการ ที่จะเยี่ยมเยือนหลาย ๆ เมืองในประเทศสวีเดน และเราจะแจกใบปลิวทุกที่ ที่เราจะไปเยี่ยมเยือน ดูตารางการท่องเที่ยวของพวกเรา ที่อยู่ภายใต้ลิงค์ “ท่องเที่ยวไปทั่วประเทศสวีเดน” ใน Menu Bar ข้างบน เราจะลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ทันทีที่เรามาถึงเมืองที่คุณอยู่ แต่บางครั้งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น จะไม่กล้ารับโฆษณาให้พวกเรา แต่ทั้งหมดนี้เราพูดถึงข้อความต่าง ๆ ที่ RFSL และสาวกของเขาไม่ต้องการให้ผู้ปกครองทั่วไปได้เข้าถึง ข้อความที่ถูกปรับปรุงให้ทันสมัย : การท่องเที่ยวไปทั่วสวีเดนสิ้นสุดลงในปี 2005 และจะไม่ดำเนินต่อไป เพราะถูกข่มขู่อย่างต่อเนื่อง จากผู้ทรงอิทธิพลของพวกรักร่วมเพศ ในประเทศของเรา สำหรับท่านที่ต้องการข้อความ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวของเรา ให้ดูที่ลิงค์ที่อย่าข้างบน Menu Bar ที่มีคำว่า “homolobby หรือ homomafia” ชายรักร่วมเพศที่ทรงอิทธิพล และผู้ทำการชักชวนแนะนำและล๊อบบี้ Back to Table of Contents กลับไปสู่หน้าหลัก _________________________________________________________________________________________ เรามาเริ่มเรื่องที่ถูกปกปิดเรื่องที่ 1. เรื่องที่ถูกปกปิดเรื่องที่ 1: วิถีการดำเนินชีวิต ของผู้ที่รักเพศตรงข้าม และผู้ที่รักร่วมเพศเป็นสิ่งที่ดีงาม เท่าเทียมกัน และเป็นสิ่งที่พึงปรารถนา (Myth Number 1: The heterosexual and homosexual lifestyles are equally desirable) ทำไมถึงจำเป็นที่เราต้องกลับมา มองดูการแพร่หลาย ของพฤติกรรมของพวกชายรักร่วมเพศ? ในหนังสือ “After the Ball ที่ว่าประเทศอเมริกาจะ พิชิตความกลัวต่อพวกชายรักร่วมเพศอย่างไร ในปี ค.ศ. 1990s” (New York: Pengnin, 1989) ซึ่งได้กลายเป็นคัมภีร์เกี่ยวกับ วาระของพวกชายรักร่วมเพศ ในขณะนั้นผู้ที่มีอัจฉริยะ ทางด้านการตลาด Kirk และ Madsen เขียนไว้ว่า (หน้า 146): “เมื่อคุณเป็นคนที่แตกต่างจากคนอื่น และเกลียดชังคุณ คุณต้องทำอย่างนี้ ขั้นแรกทำตัวให้กลมกลืน กับพวกเขา ทำให้คล้ายคลึงให้เขาให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ แล้วต่อมาสิ่งที่แตกต่างเล็ก ๆ น้อยของคุณ สุดท้ายแล้ว จะได้รับการยอมรับ แล้วคุณจะเริ่มค่อย ๆ ทอดแทรก สิ่งที่เป็นลักษณะพิเศษของคุณ เข้าไปทีละน้อย คุณต้องใช้ วิธีให้ค้อนตอกลิ่ม ในส่วนที่บางที่สุดเข้าไปก่อน เมื่อประตูเริ่มเปิด แล้วคุณก็ เริ่มสอดแทรกตัวคุณเข้าไปทั้งตัว” มีต่อ (หน้า 155): “เราเจตนา ที่ปรับเปลี่ยนทัศนคติ ความคิด ความรู้สึก จิตใจของคนอเมริกันทั่วไป โดยใช้การวางแผนที่ดี ทางด้านจิตวิทยา ในรูปแบบของ การโฆษณาชวนเชื่อ ทั่วประเทศ โดยผ่านสื่อสารมวลชน เราเจตนาที่จะโค่นล้ม โครงสร้างของความมีอคติ เกลียดชังไปในทางที่เราต้องการ โดยใช้วิธีเดียวกับที่เขาทำให้ ประเทศอเมริกา เกลียดพวกเรา แล้วแปลงจากความเกลียดชัง ให้เป็นความรัก และเคารพที่อบอุ่น ไม่ว่าเขาทั้งหลายจะชอบหรือเห็นด้วยหรือไม่” แล้วคุณ Kirk และ Madsen อธิบายต่อไปว่า (หน้า 155-156): “ในการปรับเปลี่ยนทัศนคติ เราล้อเลียนขั้นตอนปฏิบัติ ตามธรรมชาติของการเรียนรู้ โดยเลียนเบบกัน เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราก็ใช้วิธีดันทุรัง แล้วรู้สึกดีเกี่ยวกับความเป็นคน แล้วใช้มันไปติดแทนป้ายคำว่า เกย์ แล้วให้เขาค่อย ๆ คลายความเกลียดชัง และท้ายที่สุดความเกลียดชังรักร่วมเพศก็จะหมดไป “ ใช้วิธีการกลบเกลื่อน ”คนที่เป็นเป้าหมายจะโชว์ออก ถึงการดันทุรังของเขาที่ เกลียดชังชายรักร่วมเพศ แล้วเขาก็จะถูกปฏิเสธจากพวกเราเองที่เขามีอคติกับพวกเกย์ “ในการเปลี่ยนทัศนคติ” คนที่เป็นเป้าหมายของเราจะออกมา แสดงต่อเพื่อนของเขาเองว่า การคบหาสมาคมกับพวกเกย์นั้น จะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ อีกครั้งหนึ่งมันเป็นการยากลำบากที่คนธรรมดาอย่างเรา โดยธรรมชาติ หรือโดยการถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก จะมีความรู้สึกสม่ำเสมอเป็นนิจสินและ เห็นถึงสิ่งที่พวกพ้องว่าคิดอย่าไร รู้สึกอย่างไร เราไม่ต้องการโต้ตอบต่อการโฆษณา ที่เป็นแฟชั่นที่น่ารังเกียจนี้” และด้วยความเคารพกับความจริงใจในโฆษณา คุณ KIRK และคุณ MADSEN ประกาศอย่างโอหังว่า (หน้า 154): “การโฆษณาผ่านสื่อจะจริงหรือเท็จก็ไม่เป็นปัญหา เพราะว่าเราใช้โฆษณาผ่านสื่อ เพื่อเป็นประโยชน์ เพื่อที่จะป้องกันการล้อเลียน ที่เต็มไปด้วยความเท็จและเลวทรามกว่า” ทว่าในประเทศสวีเดน เวลานี้พวกชายรักร่วมเพศ เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด และแล้วความเท็จที่ถูกโฆษณาผ่านสื่อ ก็ได้ถูกชึมซาบเข้าไปในสมองของพวกเรา ชาวสวีเดนที่เชื่อคนง่าย และที่ประเทศนี้เอง RFSL ก็ได้ใช้วิธีการ สอดแทรกคนที่เขาเรียกว่า มีคุณลักษณะพิเศษ คนแล้วคนเล่าเข้าสู่สังคม คุณจะต้องใช้การอธิบาย และการกระตุ้นตัวเอง เพื่อที่จะปกป้องบุตรหลานของคุณ ให้รู้เท่าทัน ถึงวิธีการและการดำรงชีวิต ของพวกชายรักร่วมเพศ คุณต้องรู้ตระหนักว่า “การโฆษณาผ่านสื่อเป็นความเท็จ” เมื่อนั้นคุณจะหาทางป้องกัน การพัฒนาการ ที่ให้บุตรหลานของคุณ กลายเป็นคนรักร่วมเพศ เรามาเปรียบเทียบวิถีทางการดำเนินชีวิต ระหว่างคนที่ชอบเพศตรงข้าม (heterosexual) กับพวกชายที่รักร่วมเพศเดียวกัน (homosexual) แต่ก่อนอื่นเราต้องรู้ว่าเว็บไซต์ RFSL และผู้สนับสนุนเป็นความเท็จทั้งสิ้น ที่ว่าด้วยบุคคลทั้ง 2 กลุ่มนี้ เป็นคนที่เท่าเทียมกันทางคุณค่า เราเห็นด้วยว่าบุคคลทุกคน มีคุณค่าเท่าเทียมกัน แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเราพูดถึงอะไรคือสิ่งที่ปรารถนา เหมาะสมกับพฤติกรรมทางเพศ สำหรับบุคคลและสำหรับสังคมส่วนรวม จะได้คำตอบและความคิดเห็นที่หลากหลาย จะมีคนออกมาถกเถียงว่า การดำรงชีวิตแบบชายรักร่วมเพศเป็นที่ไม่มีข้อเสีย และเป็นอิสระในการเพลิดเพลิน กับการรร่วมเพศประเภทไหนก็ได้ และนี่คือว่าเป็นสิ่งที่พึงปรารถนากว่า แต่จะมีคนอีกจำนวนมาก ที่เชื่อว่าการดำรงชีวิตแบบรักคนต่างเพศ เป็นสิ่งที่สมควรอย่างยิ่ง ในบุคคลและในสังคมส่วนรวม เรามาเปรียบเทียบระหว่าง การดำรงชีวิตของบุคคล 2 ประเภทกัน แล้วคุณซึ่งเป็นผู้ปกครองสามารถที่จะ ตัดสินใจด้วยตัวเองว่า อะไรเป็นสิ่งพึงปรารถนา สำหรับบุตรหลานของคุณ แล้วคุณจะได้ทำหน้าที่ได้ถูกต้อง ตอนนี้เรามาพูดกันถึง สิ่งที่พึงปรารถนาในการมีเพศสัมพันธ์ ผู้ปกครองอย่างเราควรที่จะ แยกแยะว่าเราจะหาทางที่ดีที่สุด ให้กับตัวท่านเองและ ให้กับบุตรหลานอย่างไร แต่ไม่ให้มีผลกระทบต่อสังคมโดยรวม (ตัวอย่างเช่น งบประมาณค่าใช้จ่าย ในทางสาธารณสุข ในการป้องกันโรคที่ติดต่อทางการร่วมเพศ การใช้จ่ายเงิน สำหรับการรักษาเยียวยาผู้ติดยาเสพติด การค้นคว้าวิจัยทางการแพทย์สาขาอื่น ๆ ถูกระงับเพราะขาดงบประมาณจากรัฐบาล เพราะทางรัฐบาล เทงบประมาณมากไป ในการรักษาและค้นคว้า เกี่ยวกับโรคเอดส์ การเปรียบเทียบการดำรชีวิตของบุคคล 2 ประเภท ได้เปิดเผยขึ้นดังต่อไปนี้:
หัวข้อหลายข้อมีการเกี่ยวดองกัน อย่างเช่น การใช้ยาเสพติด การฆ่าตัวตาย และโรคที่ติดต่อกันทางการร่วมเพศ ที่กล่าวมานั้นกระทบต่ออัตรา การคาดหมายอายุโดยเฉลี่ยของคน ในบางสังคมและบางศาสนา จะให้การยอมรับผู้ชายรักร่วมเพศที่ต่ำมาก อัตราการฆ่าตัวตายของผู้ชายที่รักร่วมเพศ มีมากขึ้นไปอีก แต่ถ้าบุคคลใดได้กลายมาเป็นผู้รักร่วมเพศแล้ว เขาก็จะมีความเสี่ยงสูง ที่จะฆ่าตัวตายด้วย แต่เราต้องจำไว้ว่า เรากำลังพูดถึงสถิติโดยเฉลี่ยเท่านั้น แต่อีกนัยหนึ่ง ความเป็นไปได้ในการติดโรค ที่ได้มาจากการร่วมเพศ แล้วผู้ชายที่รักเพศตรงข้าม จะติดโรคทางกามมากกว่าเช่น โรคหนองในและซิฟิลลิส ส่วนชายรักร่วมเพศแทบจะ ไม่มีใครติดโรคนี้ ปัญหาขั้นพื้นฐานของผู้ชายที่รักร่วมเพศ จะมีการร่วมเพศทางทวาร แบบหลากหลายนี้ เป็นหลักการปฏิบัติของ การดำรงชีวิตของพวกเขา อย่างที่คุณจะเห็นได้ จากคำแนะนำการมี (Anal Manual) “เพศสัมพันธ์ทางทวาร” (อ้างอิง ref.13) ที่แสดงอยู่ใน RFSL เว็บไซต์ 2 ใน 3 ของจำนวนผู้ชายรักร่วมเพศ จะมีเพศสัมพันธ์กันทางทวาร จากการกระทำเช่นนี้ตามมาด้วย ปัญหาทางด้านสุขภาพ ทางโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้รู้ว่าโรคระบาด จะเกิดขึ้นในหมู่มวลมนุษย์อีก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรามาดูกันให้ใกล้เข้าไปอีก กับสิ่งที่นำมาเปรียบเทียงทั้ง 9 ข้อนี้ Back to Table of Contents กลับไปสู่หน้าหลัก 1. อัตราการคาดหมายดายุโดยเฉลี่ยของคน (Average life expectancy) อายุ 75 ปี เป็นอายุโดยเฉลี่ยของผู้ชาย ที่มีเพศสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม นี่เป็นสถิติของผู้ชายทั่วไป ในสหรัฐอเมริกา ผมไม่สามารถที่จะค้นหาอายุโดยเฉลี่ย ของคนที่รักร่วมเพศ อาจจะเป็นเพราะ ปัญหาการจำแนก ประวัติส่วนตัว ว่าเป็นชายรักร่วมเพศ เพราะคิดว่าเป็นมลทิน ที่เคยยุ่งเกี่ยวกับ การดำรงชีวิตเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม ผมได้ค้นพบจากแหล่งข่าว 2 แห่ง ว่าผ้ชายรักร่วมเพศมีอายุโดยเฉลี่ย ที่สั้นกว่าถึง 20 ปีศ; (อ้างอิง ref.1) (ผลการรายงานทางด้านจิตวิทยา 2005; 96: 693-697) (อ้างอิง ref.2) (1997; International Journal of Epidemiology 1997; Vol. 26, 657-61) ที่ว่าด้วยการรายงาน เกี่ยวกับโรคระบาดนานาชาติ ทั้ง 2 อย่างนี้จะถูกอ้างอิงไว้ใน (อ้างอิง ref.3) ที่ว่าด้วยการค้นคว้าที่ยืนยันว่า อัตราการคาดหมายอายุโดยเฉลี่ย ของชายรักร่วมเพศว่าสั้นกว่าคนปกติ 20 ปี Back to Table of Contents กลับไปสู่หน้าหลัก 2. การใช้ยาเสพติดที่ผิดกฏหมาย (Use of Illegal Drugs) เราเพียงเข้าไปในชม ในเว็บไซต์ของ RFSL แล้ว เราก็จะรู้ว่าการใช้ยาเสพติด ที่ผิดกฏหมายนั้น เป็นสิ่งที่ธรรมดา และซ้ำซาก เป็นปกติในหมู่ชายรักร่วมเพศ ถ้าจะมีองค์กรใด หรือสถาบันใด ที่ดูเหมือนเป็นตัวแทน อย่างเป็นทางการ ของหมู่คนรักร่วมเพศแล้วละก็ นั้นก็คือ RFSL นั่นแหละ RFSL เป็นสถาบันที่ได้รับเงินอุดหนุน เงินสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอ โดยเงินนี้เป็นเงินของผู้เสียภาษีทั้งสิ้น ที่ใช้ในการสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเช่น เปิดเว็บไซต์ RFSL นี้ และโครงการหาสมาชิกใหม่เพิ่ม เรามาดูกันที่เว็บไซต์นี้กัน (อ้างอิง ref.4) ที่นี่คุณสามารถค้นคว้าหาด้วยตนเอง บัญชีรายชื่อของยาเสพติด พร้อมทั้งคำบรรยาย และจะสอนถึงการใช้สารเสพติดแต่ละชนิด ว่าใช้อย่างไร เช่นยา Ecstasy ซึ่งเป็นยาเสพติดที่เด่นชัด ในหมู่แวดวงของชายรักร่วมเพศ คำแนะนำที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้ แนะนำให้ผู้ที่เสพ Ecstasy “ดื่มน้ำบ่อยๆ แต่ไม่ควรเกินครึ่งลิตรในทุกหนึ่งชั่วโมง” แล้วก็มีการแนะนำการเสพยาบ้า Amphetamin, Cocaine, Crystal meth, GHB, LSD, และสารเสพติดอื่น ๆ ผมได้ค้นหาเว็บไซต์อื่น ๆ ในประเทศของเรา ไม่มีเว็บไซต์ใดเลยที่ให้คำแนะนำเพื่อนสมาชิกของเขา ให้ใช้ยาเสพติดที่ผิดกฏหมาย ดังนั้นผมจะตั้งคำถามไว้ ณ ที่นี้ว่า “ทำไมการใช้ยาเสพติดที่ผิดกฏหมาย มีส่วนเกี่ยวข้องกัน อย่างกลมเกลียว กับคนในหมู่ชายรักร่วมเพศ และการดำรงชีวิต ของคนเหล่านั้น” คำตอบต่าง ๆ อยู่ในเว็บไซต์ RFSL ผมไม่อยากแสดงภาพลามกเหล่านี้ให้ดู เพราะมันน่าขยะแขยง สำหรับเรา ที่เป็นปกติ แต่คุณจะสามารถรู้ซึ้งว่า ทำไมการใช้ยาเสพติดที่ผิดกฏหมายนั้น แพร่หลายในหมู่ชายรักร่วมเพศ นี่คือข้อความของ RFSL (อ้างอิง ref.5) ซี่งเขียนไว้ว่า : “การเลียทวาร (Licking the ass – Rimming) สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย การที่ใช้ลิ้นเลียไปที่ทวารเป็นที่สิ่งที่ลึกลับ เจ็บปวดและน่าขยะแขยง แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่คุ้นเคยและมีประสบการณ์แล้ว มันเป็นสวรรค์บนดิน เขาจะใช้การนั่งค่อมลงบนใบหน้า แล้วแหกแก้มก้นออกเพื่อที่จะ ให้คนเลียทวารได้เลียในทุกที่ ที่ซ่อนเร้น นี่คือท่าที่นิยมกัน” หรือพูดอีกนัยหนึ่งว่า “สำหรับผู้ที่เพิ่งเข้ามาเป็นสาวกใหม่ จะรู้สึกขยะแขยง แต่สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์มาแล้ว มันเหมือนสวรรค์บนดิน” และเพราะว่ามันน่าขยะแขยง สำหรับสาวกใหม่ ที่เพิ่งเข้าสู่วงการนี้เอง ทำให้ยาเสพติดเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อช่วยให้การกระทำนี้ง่ายขึ้น และก็มีกิจกรรมทางเพศอีกหลายอย่าง ที่คล้ายคลึงกัน ที่คนรักร่วมเพศกระทำกัน ที่ใช้คำศัพท์ว่า “Fisting” มันเป็นที่รับรู้กันว่าชายรักร่วมเพศ ที่มีประสบการณ์มาก และอายุมากมักจะชอบเด็กผู้ชาย หรือผู้ชายที่มีอายุน้อยกว่า และชักชวนให้เข้าไปสู่ความลึกลับของการมีเพศสัมพันธ์อย่างหลายรูปแบบ เหมือนกับตอนที่ผู้พิพากษาศาลสูงสุดของเรา ชื่อว่า Leif Thorsson ใช้เงินจ้างชายหนุ่มอายุ 20 ปี ในการหลับนอนรักร่วมเพศในเมืองสต๊อกโฮม (อ้างอิง No.1) ถ้าคุณเข้าไปชมเว็บไซต์ของ RFSL คุณจะตระหนักถึงการพัฒนา เจริญก้าวหน้าของการรักร่วมเพศ การกระทำและกิจกรรม ที่เลวร้ายเหล่านี้เป็นของในอดีต และจะไม่อยู่ร่วมกับเราในวันนี้ Back to Table of Contents กลับไปสู่หน้าหลัก 3. อัตราการฆ่าตัวตาย (Frequency of suicide) เราทราบกันดีว่า อัตราการฆ่าตัวตายคือ 17.6 คนต่อ 100,000 คน ของประชากรในแต่ละปี (สถิติ 4-5 เท่าในผู้ชายซึ่งมากกว่าผู้หญิง) ไม่มีรายงานสถิติที่น่าเชื่อถือได้เกี่ยวกับ อัตราการฆ่าตัวตายในหมู่ชายรักร่วมเพศ ผู้ที่ฆ่าตัวตายเป็นคนหนุ่ม ที่ต่อสู้กับความรู้สึกภายใน เมื่อการรักร่วมเพศเพิ่งเริ่มต้น เพราะว่าเขาเหล่านั้นไม่มีโอกาส ที่ได้รับความช่วยเหลือ ที่จะพัฒนาการให้เป็นลูกผู้ชายเต็มตัว ดังนั้นมันเป็นการยากที่จะ รู้ถึงสาเหตุอันแท้จริงของการฆ่าตัวตาย ของคนหนุ่มสาวดังกล่าว อย่างไรก็ดี เราได้ค้นคว้าเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย ที่ล้มเหลวและบุคคลที่รอดพ้น จากการฆ่าตัวตายทำให้เราแน่ใจ (อ้างอิง ref.6; “ความสัมพันธ์ระหว่างคนที่ เสี่ยงภัยต่อการฆ่าตัวตาย กับการกำหนดทิศทางเรื่องทางเพศ”) (The Relationship Between Suicide Risk and Sexual Orientation) จากการค้นคว้าจะพบว่า ชายที่รักร่วมเพศนั้น มีอัตราการฆ่าตัวตายที่สูงมาก ต้นเหตุที่ควรใส่ใจ ในความรู้สึกชอกช้ำทางอารมณ์ ที่ชายรักร่วมเพศเกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายมีดังนี้ : 1). ก่อนที่เด็กผู้ชายจะเป็นรักร่วมเพศ “pre-homosexual” เด็กผู้ชายที่เริ่มเข้าสู่วัยหนุ่ม บ่อยครั้งที่จะถูกเพื่อนฝูงปฏิเสธ และระหว่างการเจริญเติบโตนี้เอง เขาจะรู้สึกชอกช้ำทางอารมณ์ เป็นคนที่แตกต่างจากเด็กผู้ชายอื่น ๆ สิ่งนี้เองซึ่งทำให้เกิดอารมณ์ ความรู้สึกที่อ่อนไหวในเด็กผู้ชายคนนั้น เขาควรที่จะได้รับการยืนยัน รับรองอย่างเร่งด่วน จากเพื่อนชายคนอื่น ว่าเขาเป็นลูกผู้ชายที่แท้จริง แต่ในทางกลับกัน เขาได้รับแต่ข้อมูลในเว็บไซต์ของ RFSL ซึ่งโฆษณาชวนเชื่อและดึงเขาถลำลึกลงไปอีก ให้กลายเป็นพวกชายรักร่วมเพศ และมีวิถีการดำเนินชีวิตเช่นนั้น 2). หลังจากกลายเป็นชายรักร่วมเพศแล้ว เขาจะได้รับความรังเกียจบ่อย ๆ ครั้ง และสุดท้ายก็จะถูกปฏิเสธจากคนหลาย ๆ คน เขาอาจจะถูกปฏิเสธจากคนใกล้ชิด เช่น คนในครอบครัวของเขาเอง หรือแม้กระทั่งจากเพื่อน หรือสมาชิกร่วมโบสถ์ของเขาเอง ที่ไม่รู้ว่าจะช่วยกันได้อย่างไร แม้แต่ได้รับการยอมรับเต็มรูปแบบ ชายรักร่วมเพศส่วนมากจะไม่มีความสุข เพราะว่าความรู้สีกลึก ๆ ข้างใน บอกว่าเขาผิดปกติ และไม่เป็นธรรมชาติ 3). ตอนที่เขาได้พัฒนาเป็นชายรักร่วมเพศ และดำรงชีวิตแบบนี้เต็มรูปแบบ เขาจะค้นพบว่าสิ่งนั้นไม่ได้พาไปสู่ สิ่งที่เขาพึงพอใจอย่างแท้จริง เพราะว่ามันขัดต่อธรรมชาติมนุษย์ ฉะนั้นมันจะไม่มีทาง ที่จะได้ประสพกับความพึงพอใจ ในทางความรู้สึกและอารมณ์ อะไรที่เขาสมหวังในอดีต จะใช้ไม่ได้ในปัจจุบัน และเขาก็จะพัฒนาก้าวหน้าสู่กิจกรรมทางเพศ ที่เลวร้ายมากยิ่งขึ้น แล้วก็จะพบกับความไม่พึงพอใจมากยิ่งขึ้น การอ้างเหตุผลที่ผิดหลักการ ที่นำเสนอโดยวาระของหมู่รักร่วมเพศ ว่าการได้รับการยอมรับแบบเปิดกว้าง จะทำให้เกิดการฆ่าตัวตายที่ลดน้อยลง มันอาจะเป็นเพราะอัตราหรือความถี่ ในการฆ่าตัวตายค่อนข้างจะลดลง แต่นั่นนำไปสู่การพัฒนาที่ทำให้ เด็กผู้ชายกลายมา เป็นพวกรักร่วมเพศมากยิ่งขึ้น ผู้ที่เป็นผู้ปกครองจะลงความเห็นว่ามันเป็นสิ่งปกติ และเป็นไปตามธรรมชาติ แล้วก็ไม่พยายามที่จะทำอะไรเลย ที่จะป้องกั้นไม่ให้มันเกิดขึ้น และถึงแม้ว่าอัตราหรือความถี่ ในการฆ่าตัวตายค่อนข้างจะลดลง แต่ความจริงแล้วคนเป็นจำนวนมาก จะถูกชักนำเข้ามาอยู่ใน วิถีชีวิตของคนรักร่วมเพศ และนั่นหมายถึงจำนวนทั้งหมด การฆ่าตัวตายจะเพิ่มขึ้นมา คำอธิบายในท้องเรื่องนี้ ผมต้องการที่จะพูดถึงอีกนิดเกี่ยวกับ การวางตัวที่ถูกต้องต่อพวกคนรักร่วมเพศ โดยให้ความรักและการเอาใจใส่ ของพวกคนที่ชอบเพศตรงกันข้ามอย่างพวกเรา ผมได้รับอีเมล์จากเพื่อนร่วมชาติ ของผมจำนวนมากมาย มีสุภาพบุรุษท่านหนึ่งเป็นคนคริสเตียนเขียนไว้ว่า “นี่เป็นปัญหาจากทัศนคติของคนคริสเตียนอย่างผมว่า คนที่ด้อยโอกาส เคราะห์ร้าย และได้รับความทรมาน จากการอบรมเมื่อยังเป็นเด็ก เช่น เด็กที่ไม่มีพ่อ จะเป็นคนที่เสี่ยงภัยที่สุด ในการพัฒนากการไปสู่เป็นคนรักร่วมเพศ คำตอบที่ว่าเราจะแสดงออกถึงความรัก ความเอาใจใส่แบบคนคริสเตียน ให้ไปสู่คนพวกรักร่วมเพศนั้นเป็นสิ่งที่ทำยากมาก” นี่เป็นสิ่งที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่เขียนอีเมล์มาหาผมเขาคิดอย่างไรในใจเขา เมื่อใดก็ตามที่เด็กหนุ่มหรือสาวเริ่มโอนเอียงทางนิสัย และเริ่มออกอาการรักร่วมเพศ (pre-homosexual) แล้วเรารู้ว่านั่นมันมีรากฐานมาจาก การที่เขาขาดความอบอุ่น จากการอบรมเมื่อยังเป็นเด็ก ควรแล้วหรือที่เราจะปล่อยเขาไป ให้ยอมรับวิถีชีวิตแบบคนรักร่วมเพศ ผมว่าเราควรที่จะอ้าแขนโอบกอดเขา ไว้ในอ้อมอกของเราต่างหาก สังเกตุได้ว่ามี 2 หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนในครั้งนี้ คือ : a) ท่าทีการวางตัวของ พวกเรา (Our attitudes) และ b) ความยุติธรรมทั้งหมด (The fairness of it all) a) ท่าทีการวางตัวของพวกเรา (Our attitudes) คำตอบในทัศนคติของผม เกี่ยวข้องกับที่ว่าตนเชื่อหรือไม่เชื่อ ว่าการรักร่วมเพศเป็นสิ่งที่สืบมาจาก สายเลือดหรือจากพันธุกรรม เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถทำอะไรได้เลย จำนวนคนมากมายมหาศาลในสังคมโลกตะวันตก ต้องตกเป็นเหยื่อของการได้รับข่าวสารแบบผิด ซึ่งถูกส่งเสริมอย่างเป็นระบบ อย่างมีประสิทธิภาพ จากพวกล๊อบบี้ของคนรักร่วมเพศ (homosexual lobby) ที่ว่าพวกเขาได้แสดงความรัก ความรู้สีกที่ดีและเป็นห่วง โดยให้การสนับสนุน แล้วช่วยอำนวยความสะดวก ให้เป็นคนรักร่วมเพศ แต่มีผู้คนในสังคมของพวกเรา ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่าง ที่ไม่ยอมรับว่าการรักร่วมเพศ เป็นสิ่งที่สืบทอดกันมา จากสายเลือดจากรุ่นสู่รุ่น แล้วเราช่วยอะไรไม่ได้เลย ตราบใดที่ท่านรู้ว่า เราสามารถป้องกันได้ตั้งแต่แรก หรือจะใช้วิธี “ซ่อมแซม” เมื่อรู้ว่าเด็กกำลังพัฒนาไปสู่การเป็นคนรักร่วมเพศ การวางตัวหรือการกระทำของคุณจะแตกต่างออกไปมาก นั่นมันไม่ใช้คำถามว่า เราแค่แสดงความสงสาร คนที่เป็นเหยื่อของการรักร่วมเพศ แต่เป็นความเมตตาอย่างแท้จริง ที่จะต้องป้องกันไม่ให้เด็กชายและเด็กหญิง พัฒนาการเป็นคนรักร่วมเพศ แต่ถ้าเด็กถูกพัฒนาไปสู่ การเป็นคนรักร่วมเพศแล้วละก็ เราต้องช่วยให้เขาเหล่านั้น หนีจากหลุมพรางและกับดักของวิถีชีวิตนั้น ความคิดนี้ได้ถูกถ่ายทอดในหนังสือ ที่อ่านแล้วซาบซึ้งเป็นเรื่องราวของ “Randy” ในหนังสือเขียนโดย Chuck Colson เรื่อง “The Good Life” ชีวิตที่ดี ได้รับอนุญาตจาก Prison Fellowship ในบทความนี้ที่มีหัวข้อว่า “ศีลธรรมและฏกระเบียบของธรรมชาติ” (Morality and The Natural Order) ได้ถูกแปลเป็นภาษาสวีเดนและ ถ้าคุณเขียนมาขอเราก็จะส่งให้ฟรี ให้ดูที่ Side Bar ข้าง ๆ ภายใต้ “ใบปลิวฟรี” (Free Literature) สำหรับวิธีการที่จะส่งหนังสือให้ฟรี ถ้าคุณเข้าใจภาษาอังกฤษ ผมขอแนะนะอย่างหนักแน่น ให้คุณซื้อหนังสือ “The Good Life” ที่เขียนโดย Chuck Colson ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นประธาน Prison Fellowship ดังนั้นสิ่งที่กล่าวมาแล้วนั้น คุณเชื่อหรือไม่เชื่อว่า การรักร่วมเพศเป็นสิ่งที่ สามารถป้องกันได้ล่วงหน้า และถ้าเด็กได้ถูกพัฒนาไป เป็นคนรักร่วมเพศแล้ว เราก็สามารถจะ “ซ่อมแซม” ได้ ผมได้เขียนเรื่อง ที่ถูกปกปิดเรื่องที่ 2 และเรื่องที่ถูกปกปิดเรื่องที่ 3 (Myth 2 and Myth 3) ไว้ข้างล่างนี้ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจเพิ่มขึ้น ว่า เราสามารถป้องกันมันได้อย่างไร และผมจะบอกให้คุณรู้อีกว่า มันสำคัญอย่างไร ที่คนรักร่วมเพศ พยายามล๊อบบี้ ไม่ให้คุณได้รับข่าวสารที่ถูกต้อง b) ความยุติธรรมทั้งหมด (The
Fairness of it all) Back to Table of Contents กลับไปสู่หน้าหลัก 4. อัตราความถี่ของการละเมิดทางเพศเด็กผู้ชาย (Frequency of pedophilla) คนส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกขึ้นมาเองในใจว่า อัตราความถี่ของการละเมิดทางเพศต่อเด็กผู้ชาย ในหมู่พวกคนรักร่วมเพศนั้น มีมากกว่าคนในหมู่คนที่รักเพศตรงข้าม สถิติรวมทั้งหมดของการละเมิดทางเพศต่อเด็กและเยาวชนนั้น มีมากในหมู่คนที่รักเพศตรงกันข้าม แต่ผู้ที่ถูกกระทำนั้นเป็นเด็กผู้หญิง แต่อัตราความถี่ในการละเมิดทางเพศ โดยชายรักร่วมเพศนั้นมีสูงกว่า โดยสังเกตุจากปัจจัยหลักอย่างน้อย 3 ข้อ หรืออาจจะป็นถึง 10 ข้อหรือมากกว่านั้น เพราะว่าการกระทำละเมิดทางเพศ ต่อเด็กและเยาวชน เป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย การสืบสวน การหาสาเหตุและการเอาผู้ที่ กระทำความผิด มาลงโทษก็จะกระทำได้ยากมาก และเราก็ไม่รู้แน่ชัดว่าผู้กระทำความผิด เป็นชายรักร่วมเพศ หรือชายที่รักเพศตรงข้าม ผู้กระทำความผิด ที่เป็นชายรักร่วมเพศส่วนมากมักจะ ปกปิดการเบี่ยงเบนทางเพศของตนเอง แต่เราควรเพ่งเล็ง การละเมิดทางเพศต่อเด็กผู้ชาย อย่างใกล้ชิด แล้วให้เหตุผลตามความเป็นจริง การละเมิดทางเพศต่อเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ จะกระทำโดยผู้ชาย ผู้หญิงจะไม่ถูกจัดว่าเป็น ผู้กระทำต่อเด็ก ในความผิดที่เหมือนกันนี้ เมื่อใดก็ตามที่ผู้หญิง เป็นคนกระทำล่วงละเมิดทางเพศ ต่อเด็กและเยาวชน สื่อมวลชนก็จะให้ความสนใจ ไปในด้านยั่วให้น้ำลายไหล ตลกขบขันมากกว่าเป็นคดีข่มขืนที่น่ารังเกียจ เมื่อใดก็ตามที่เด็กผู้ชาย ถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยชายด้วยกัน การกระทำดังกล่าวคือ การกระทำของการรักร่วมเพศ ไม่ว่าคนกระทำผิดนั้นจะถูกเปิดเผยตัว ว่าเป็นชายรักร่วมเพศหรือไม่ ให้คุณลองคิดดูว่าพระแคทอลิกในโบสถ์ทุก ๆ คน ที่กระทำชำเราเด็กผู้ชายมักจะ มีนิสัยหรือความประพฤติ ที่เบี่ยงเบนเป็นชายรักร่วมเพศ แต่ตัวพระเองก็ไม่เคยยอมรับ ว่าตัวเองเป็นชายรักร่วมเพศ ก็เหมือนกับการกระทำชำเราเด็กผู้หญิง โดยผู้ชายที่ชอบเพศตรงข้าม ก็เป็นคดีทางอาญาเหมือนกัน ดังนั้นเรามาเปรียบเทียบสัดส่วน การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง แล้วเราจะเข้าใจมากขึ้น ส่วนใหญ่การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กผู้ชาย โดยชายนั้นมักจะถูกปกปิดและไม่เป็นข่าว เมื่อเปรียบเทียบกับการละเมิดทางเพศเด็กหญิงโดยผู้ชาย แต่ควรสังเกตุอีกว่าการล่วงละเมิดทางเพศ โดยผู้ที่ทำได้ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายที่เราเรียกว่า bisexual สถิติได้บอกไว้ว่า การกระทำชำเราต่อเด็กผู้ชาย มีตัวเลขที่ไม่น้อย เมื่อเทียบกับประชากรโดยรวม การละเมิดทางเพศ ของผู้ที่ชอบเพศตรงข้าม เป็น 25 ถึง 50 เท่า มากกว่าคนที่ชอบรักร่วมเพศ แต่เราต้องรู้ว่า นี่เป็นจำนวนครั้ง ที่กระทำผิด แต่ถ้าเปรียบเทียบอัตราสัดส่วน ของประชากรทั่วไปแล้ว มันเป็นสิ่งที่น่ากลัว แม้กระทั่งหนังสือพิมพ์ที่เรารู้กันว่า เป็นหนังสือพิมพ์เสรีนิยม ที่ไม่โอนเอนทางการเมืองอย่าง Los Angeles Time ได้ยอมรับว่าเขาได้ทำการสำรวจ ความคิดเห็นของผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน จำนวน 2,628 คน ทั่วประเทศ ในวันที่ 25-26 สิงหาคม ค.ศ. 1985 พบว่า 27% ของสตรี และ 16% เพศชาย ชาวอเมริกันอ้างว่าถูกละเมิดทางเพศในช่วงที่ยังเป็นเด็ก หรืออีกนัยหนึ่งพบว่า เพศหญิงที่ถูกละเมิดทางเพศ เป็นเพียงแค่ 1.7 เท่า มากกว่าเด็กผู้ชาย (=27/16) ถ้า 25/1.7 = 14.7 และ 50/1.7 = 29.4 มันเปิดเผยตัวเลขของชายที่รักร่วมเพศ ที่ละเมิดทางเพศต่อเด็กผู้ชาย เป็นจำนวน 14.7 และ 29.4 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ชายที่ชอบเพศตรงข้าม ทำกับเด็กผู้หญิง จะพบการวิเคราะห์ ที่อยู่บนสมมุติฐานที่ว่า ผู้ที่ล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กนั้นเป็นผู้กระทำเป็นผู้ชาย อย่างไรก็ดีหนังสือพิมพ์ Los Angeles Time ได้วิจัยแล้วพบว่า 7% ที่เป็นเด็กผู้หญิงถูกกระทำโดยสตรีเพศเอง และอีก 7% ของเด็กผู้ชายที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ก็ถูกกระทำโดยสตรีเพศเช่นกัน ดังนั้น ผู้ชายที่กระทำความผิด ต่อการล่วงละเมิดทางเพศ ต่อเด็กและเยาวชน จึงเป็น 93% ที่ขัดแข้งกับสมมุติฐานก่อนหน้านี้ ท |